วันพุธที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2557

สักการะพระพุทธบาทตะแคง วัดพระพุทธบาทเขาสมอแคลง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก #ทนายแจ็ค

ในสมัยก่อน(ประมาณ20ปีขึ้นไป)เป็นที่ทราบกันในจังหวัดพิษณุโลกว่า ทุกๆปีจะมีงานประจำปีของจังหวัดใหญ่ๆอยู่3งานคือ
1.งานสมโภชองค์หลวงพ่อพระพุทธชินราชหรือที่ชาวพิโลกเรียกง่ายๆว่างานวัดใหญ่
2.งานกาชาด
3.งานวัดพระพุทธบาทเขาสมอแคลงหรือเรียกง่ายๆว่างานเขาสมอแคลง


ด้วยความที่เป็นเด็กพิโลกโดยกำเนิด ดังนั้นในทุกๆปีตั้งแต่เด็ก ทั้งงานวัดใหญ่และงานกาชาดผมจะได้เที่ยวทุกปี เริ่มตั้งแต่พ่อแม่พาไปแต่เด็ก5-6ขวบ และเมื่ออายุได้ซัก10ขวบก็จะปั่นจักรยานไปเองถึงจะไกลหน่อยประมาณ10กม.แต่ก็ตามประสาเด็กๆ แต่เมื่อเข้าเรียนมัธยมนี่สบายสุด คือเดินไปเลยเพราะโรงเรียนประจำจังหวัดที่ผมเรียนนี่อยู่ใกล้ๆเลยทั้งงานกาชาดที่ต้องจัดที่ศาลากลางจังหวัดและงานวัดใหญ่ที่จัดที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร คือทุกครั้งที่มีงานต้องเดินผ่านแน่ๆไม่งั้นก็คงไม่ได้กลับบ้านก็เลยแวะทุกวันที่มีงาน เมื่อเข้ามัธยม4ก็ใช้มอไซด์เพราะเลิกขึ้นรถประจำทางแล้ว แต่เมื่อเข้าเรียนมหาวิทยาลัยรามคำแหงจนทำงานถึงปัจจุบันแล้วน่าจะ15ปีก็ไม่เคยได้ไปอีกเลย ถึงแม้เมื่อตอนเด็กจะได้เที่ยวทั้งงานวัดใหญ่กับงานกาชาดอยู่ออกบ่อย แต่มีอยู่งานนึงที่ยังไม่เคยได้ไปแม้ซักครั้งเดียวก็คืองานเขาสมอแคลง ซึ่งอาจเป็นเพราะงานเขาสมอแคลงจะจัดงานต่างอำเภอ คืออำเภอวังทอง ซึ่งตอนเด็กมาก การเดินทางไม่ค่อยสะดวกและพอโตมาหน่อยก็ไม่ได้ใคร่อยากไปมากนัก จึงทำให้เป็นงานเดียวที่ไม่เคยไปแม้ซักครั้ง
ซึ่งตัวผมเองเมื่อไม่เคยได้ไปงานเขาสมอแคลงก็ต้องขอแวะไปวัดพระพุทธบาทเขาสมอแคลงซักครั้งนึง เพื่อหาคำตอบว่าเพราะอะไร เหตุใด งานเขาสมอแคลงในสมัยก่อน จึงเป็นงานใหญ่ระดับจังหวัด มีผู้คนมาสักการะรอยพระพุทธฉายจากทั่วสารทิศ

กล่าวถึงเขาสมอแคลงนั้น เป็นภูเขาขนาดย่อม สูงจากพื้นประมาณ200เมตร ตั้งโดดเดี่ยวอยู่กลางท้องทุ่ง ริมถนนทางไป อ.วังทอง หรือทางไป จ.เพชรบูรณ์ ประมาณหลักกิโลเมตรที่14-15 ซึ่งในอดีตคาดว่าน่าจะมีวัดที่ตั้งอยู่ที่เขาสมอแคลงนี้อยู่ถึง7วัด ซึ่งนั่นหมายความว่าบริเวณนี้ต้องเคยมีชุมชนขนาดใหญ่ตั้งอยู่เช่นกัน
อันเขาสมอแคลงนี้มีวัดสำคัญตั้งอยู่วัดนึงก็คือวัดพระพุทธบาทเขาสมอแคลง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณตีนเขาด้านข้างค่อนไปด้านหลังของเขาสมอแคลง ซึ่งต้องเข้าไปตามทางประมาณ500เมตร ซึ่งต้องสังเกตุซุ้มประตูวัดให้ดีถึงจะเห็นทางเข้าวัด ซึ่งต้องขอบอกให้ชัดแจ้งว่าวัดพระพุทธบาทเขาสมอแคลงนี้ ไม่ใช่วัดเจ้าแม่กวนอิมหยกขาวที่ใหญ่ที่สุดในโลก(วัดราชคีรีหิรัญยาราม) และไม่ใช่โรงเจไซทีฮุกตึ๊ง(ศาลเจ้าเห้งเจีย) ที่ตั้งอยู่เด่นชัดเป็นจุดสังเกตุและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งตั้งอยู่บนเขาสมอแคลงแต่อย่างใด

วัดพระพุทธบาทเขาสมอแคลงนี้ มีสิ่งศักดิสิทธิ์สำคัญคือ รอยพระพุทธฉาย(รอยพระพุทธบาทบนผนังหิน) ซึ่งประวัติของรอยพระพุทธฉายนั้นไม่ชัดเจน โดยตำนานกล่าวว่าได้จำลองมาจากรอยพระพุทธฉายจากเขาสุมณกูฏในลังกา โดยพระเจ้าลิไท สมัยกรุงสุโขทัย โดยอิงตามหลักศิลาจารึกหลักที่8 ซึ่งกล่าวถึงการราชาภิเษกพระเจ้าลิไท การเสด็จแห่รอยพระพุทธพระพุทธบาทขึ้นเขา และอิงตามที่พระเจ้าลิไทเคยครองเมืองพิษณุโลกถึง7ปี เจือผสมกันไป แต่เมื่อได้ลองหาข้อมูลแล้วทราบว่า ศิลาจารึกหลักที่8 น่าจะกล่าวถึงเขาพระบาทใหญ่ ใน ต.เมืองเก่า จ.สุโขทัย(เขาสุมณกูฏ ซึ่งเป็นชื่อเขาสำคัญที่มีรอยพระพุทธบาทในลังกา) ซึ่งของสุโขทัยเอาชื่อทางลังกามาสมมุติตามความเชื่อมากกว่า
ดังนั้นเมื่อประวัติผมไม่ทราบแน่ชัด จึงขอเล่าถึงรอยพระพุทธฉายตามศรัทธาของผมที่ได้ไปมาเองในปัจจุบันเท่านั้น
การขึ้นสักการะรอยพระพุทธฉายนั้น จะมีทางขึ้นอยู่สองชั้น ชั้นแรกเป็นบันไดปูนเดินสะดวก ราวบันไดเป็นพญานาคปูนปั้นประดับสวยงามตลอดแนวทางขึ้นชั้นแรก ความสูงและจำนวนขั้นบันไดในชั้นแรกก็เพียงแค่เมื่อยเข่าเท่านั้น เมื่อถึงชั้นแรกจะมีจุดนั่งพักเหนื่อย












ในส่วนทางขึ้นชั้นสองนั้นจะแยกไปสองทาง ทางขวามือจะแยกขึ้นไปทางเจดีย์ด้วน(ปัจจุบัน ทางขึ้นมีการสร้างศาลเจ้าเห้งเจียไว้ระหว่างทาง ซึ่งขับรถขึ้นมาได้จากอีกทาง ภูมิทัศน์จึงเปลี่ยนไปจนไม่เห็นทางขึ้นเดิม)ซึ่งหากจะเดินขึ้นไปเจดีย์ด้วน ต้องเดินขึ้นไปอีกไกลมาก จึงขอเล่าเฉพาะทางขึ้นด้านซ้ายเพื่อนำไปสักการะรอยพระพุทธฉาย ซึ่งทางขึ้นในส่วนชั้นสองนั้นเป็นบันไดปูนเล็กบ้าง สลับกันไปกับโขดหินหรือเนินดินบ้าง แต่มีความชันมากขึ้นแต่ก็ไม่อันตรายจนเกินไป ทางขึ้นชั้นสองนี้ชันขึ้นแต่ก็ไม่สูงมาก ผู้เฒ่าที่พอมีกำลังก็เดินขึ้นไหว แต่หนุ่มใหญ่ก็พอหอบ







เมื่อเดินขึ้นมาแล้วจะเห็นโขดหิดขนาดใหญ่เป็นแง่นออกมาชัดเจน และเมื่อเดินถึงฐานโขดหินนี้จะเห็นบันไดเล็กให้ไต่ขึ้นไปที่ระหว่างช่องของโขดหินนี้ ซึ่งนั่นก็คือที่ตั้งของรอยพระพุทธฉาย






รอยพระพุทธฉายอยู่ในช่องของโขดหิน


ทางขึ้นสักการะรอยพระพุทธฉายที่โขดหินนี้ รองรับคนขึ้นได้เพียงครั้งละไม่เกิน3-4คน เท่านั้น
เมื่อขึ้นไปแล้วเราจะพบรอยพระพุทธฉายนี้อยู่บนผนังหินในซอกกลางโขดหิน ให้เราได้สักการะ ด้วยเหตุที่รอยพระพุทธฉายนี้ปรากฏอยู่บนผนะงหิน แทนที่จะเป็นพื้นหินหรือพื้นราบโดยทั่วไป รอยพระพุทธฉายนี้จึงถูกเรียกว่า "พระพุทธบาทตะแคง"








ระหว่างสักการะพระพุทธบาทตะแคงกับผนังหินนี้ สามารถมองวิวทิวทัศน์ข้างล่างได้


ด้วยความศรัทธาจึงต้องมาหาคำตอบ จึงได้รู้ว่ารอยพระพุทธฉายที่วัดพระพุทธบาทเขาสมอแคลงนี้ ไม่เหมือนที่อื่นในประเทศไทยที่ทั้งหมดตั้งอยู่บนพื้นหินหรือพื้นราบ แต่ที่นี้อยู่บนผนังหิน ซึ่งแปลกตาและแปลกในที่ตั้งอยู่มาก ยิ่งนึกย้อนไปในอดีตมากกว่า20กว่าปี ในขณะที่ความเชื่อและศรัทธาของผู้คนยังมากกว่านี้ (ไม่ได้หมายว่าความศรัทธาลดลง แต่หมายถึงปัจจุบันมีวัดซึ่งผันตัวเองเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มากขึ้น) การเดินทางและความเจริญยังไม่มาก ถนนหนทางที่ลำบาก การจะเดินทางมาที่วัดในงานประจำปี และการปฏิบัติในการเดินขึ้นไปสักการะรอยพระพุทธฉาย รวมถึงขึ้นไปสักการะเจดีย์ด้วน(เล่าไว้แล้วว่าขึ้นไปอีกไกลมาก)ต้องอาศัยความพยายามและอดทนพอสมควร จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมงานเขาสมอแคลงในอดีตจึงเป็นงานระดับจังหวัดมีผู้คนศรัทธาเดินทางมาจากทั่วทุกทิศ และมีงานรื่นเริงที่ผู้คนมาสนุกสนานกัน แต่ในปัจจุบันเขาสมอแคลงเป็นที่รู้จักในบริบทของที่ท่องเที่ยวชมวิวทิวทัศน์ของวัดเจ้าแม่กวนอิมหยกขาวและโรงเจ ซึ่งตั้งอยู่บนเขาสมอแคลงเท่านั้น
ชาวพิโลกรุ่นใหม่คงไม่ค่อยมีใครรู้จักวัดพระพุทธบาทเขาสมอแคลง และงานเขาสมอแคลงที่มีขึ้นประมาณวันขึ้น13-15ค่ำเดือน3ของทุกปี วิธีปฏิบัติเริ่มเลือนหายไป กลายเป็นงานบุญประจำปีที่ไม่ค่อยมีผู้รู้จักและผู้คนมาเดิน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น