วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

เลี้ยงทหารพันวัน เพื่อใช้ในสงครามวันเดียว

ไปจ่ายเบี้ยประกันชีวิตมา ซึ่งเป็น 1 ในหลายกรมธรรม์ประกันชีวิตของผม

ทำให้ได้นึกถึงประโยคหนึ่งที่ว่า "เลี้ยงทหารพันวัน เพื่อใช้ในสงครามวันเดียว" ซึ่งเป็นคำกล่าวของ สุมาอี้ เสนาธิการแห่งวุยก๊ก

ธรรมดาของมนุษย์ โดยเฉพาะคนไทยมักจะละเลยสิ่งที่คิดว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ ยิ่งต้องเสียเงินยิ่งไปกันใหญ่ มองข้ามละเลยความจำเป็น ปฏิเสธตั้งแต่ยังไม่ฟังเหตุผล
เราทุกคนไม่ควรมองข้ามหรือละเลยสิ่งที่เกี่ยวข้องกับชีวิต ร่างกาย สุขภาพ ความปลอดภัย หรือแม้แต่ความอยู่รอดของธุรกิจ

-บริษัทหลายแห่ง ธุรกิจกำลังเติบโตก้าวหน้า แต่ไม่มีใครบอกได้ว่าถ้ารุ่งขึ้นบริษัทถูกไฟไหม้ บริษัทฯจะอยู่รอดต่อไปได้ไหม เพราะไม่ได้ทำประกันเอาไว้
-พรรคพวกผมหลายคน ตอนหาเงินได้ก็รีบทำประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ให้พ่อให้แม่ ลูกเมียเอาไว้ เพราะไม่รู้ว่าหากวันใดบุคคลอันเป็นที่รักเกิดเจ็บป่วย จะเอาเงินที่ไหนไปรักษา
-หลายคนในขณะมีชีวิต อาจหาเงินเลี้ยงดูบุคคลอันเป็นที่รักได้ แต่ไม่อาจบอกได้ว่า ถ้าพรุ่งนี้ไม่มีคุณ ใครจะดูแลบุคคลที่คุณรักต่อ

ทุกสิ่งที่ทำในปัจจุบัน ย่อมส่งผลในอนาคต
อย่าเสียดายกับสิ่งที่มีประโยชน์ แม้ว่าเรายังไม่ได้ใช้มัน

posted from Bloggeroid

วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

เรื่องขำๆของความเชื่อ

เรื่องขำๆของความเชื่อ

ผมมีโอกาสได้พาคุณแม่ไปเที่ยววัดถ้ำเสือ จังหวัดกาญจนบุรี [http://www.comingthailand.com/kanchanaburi/wat-thamsua.html]
ตามประสาชาวพุทธ
มีเรื่องที่อยากจะเล่า คือเรื่องของความเชื่อ

ที่วัดถ้ำเสือ ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาหัวโล้น เมื่อเดินขึ้นบันไดไปแล้ว100กว่าขั้น บนยอดเขาที่ตั้งวัด ต้นไม้มีไม่ถึง20ต้น

ณ จุดหนึ่งมีบ่อน้ำ 1บ่อ ซึ่งทางวัดสร้างขึ้นมาประมาณว่าเป็นบ่อน้ำซึ่งมีน้ำซึมจากยอดเขา เป็นบ่อน้ำหรือน้ำมนต์ศักสิทธิ์ มีป้ายให้สาธุชนท่องบทสวดคาถา ขอพร หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ผมมองดูในบ่อแล้ว คงไม่ใช่น้ำที่ซึมจากยอดเขาแน่ๆ ยังไงก็น้ำประปาซึ่งทางวัดคงทำระบบปล่อยน้ำไว้  ให้น้ำไหลออกมาตามระดับน้ำของมัน

แต่ยังไงก็แล้วแต่ ยังไงก็ถือซะว่าคือน้ำมนต์เหมือนตามวัดต่างๆนั่นแหละ
แต่เรื่องที่จะเล่า ก็คือเรื่องที่ วัดนี้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติไปเที่ยวชมค่อนข้างมาก เพราะเป็นวัดที่มีความสวยและแปลกอีกแห่งหนึ่งของประเทศเลยก็ว่าได้
ผมเดินไปถึงจุดที่บ่อน้ำตั้งอยู่ สิ่งที่เห็นคือ ไม่รู้ใครไปบอกฝรั่งว่าเป็นบ่อน้ำศักสิทธิ์ ให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ตามความเชื่อคนไทย

เอาซิครับ...คราวนี้ ฝรั่งตักน้ำมาล้างหน้า พรมหัว ดื่มกิน แบ่งกันทั้งชายหญิง กินกันใหญ่ ทั้งที่เขาเหล่านั้นไม่ได้นับถือศาสนาพุทธแน่ ! และก็คงไม่ได้มีความเชื่อในเรื่องแบบนี้แน่ๆ แต่ก็ไหนๆแล้ว มาถึงทั้งที เข้าเมืองตาหลิ่วก็ต้องหลิ่วตาตาม

ผมดูแล้วก็อดขำไม่ได้ ถึงความน่ารักของฝรั่ง แต่ก็อยากเตะไอ้คนไปหลอกเขานี่แหละ ไม่รู้ไปบอกให้เอามาดื่มได้ยังไง เพราะคนไทย ยังแค่เอามาล้างมือ หรือพรมหัวเท่านั้นเอง มองดูในบ่่อน้ำก็ไม่น่าจะสะอากพอที่จะเอามาดื่มได้

ซ้ำกว่านั้น พักนึง มีเจ๊ ! คนหนึ่งเดินมา แล้วก็ตามประสาคนแก่ ที่บนปากบ่อน้ำ มีท่อนไม้แห้งๆอยู่ท่อนหนึ่ง ไม่รู่ใครเอาพวงมาลัยไปคล้องไว้หลายพวง
เจ๊ ! แกเดินมา ตักน้ำในบ่อศักสิทธิ์รดตอไม้ซะเลย ประมาณหนึ่งเป็นพิธีกรรม หรือวิธีขอพร

คราวนี้ล่ะ นักท่องเที่ยวน่าจะชาวเอเชีย ทำตามเลย ไม่ตักกินแล้ว แต่ตักน้ำรดท่อนไม้กันใหญ่ กลายเป็นพิธีกรรมศักสิทธิ์ไปซะงั้น
ผมเลยขำหนักกว่าเก่า...เลยถามเจ๊ ! แกไปว่า
ผม : แม่...เอาน้ำไปรดท่อนไม้ทำไม
แม่ : เห็นมันแห้งๆอยากให้ชุ่มชื่น(พร้อมหัวเราะ)

แล้วดูสิ่งที่แม่ผมทำ กลายเป็นพิธีศักสิทธิ์ซะงั้น
นักท่องเที่ยวยืนต่อคิวรอตักน้ำรดท่อนไม้...555